“รู้ลึก” V.S. “รู้กว้าง”… ความแตกต่างที่คุณต้อง “รู้”

“รู้ลึก” คือ การรู้ในงานที่ตัวเองทำจนเชี่ยวชาญ รู้ถึงปัญหาและวิธีแก้ไขอย่างมืออาชีพ

“รู้กว้าง” คือ การมีความรู้เรื่องในงานหลายๆเรื่อง ถึงแม้จะไม่ได้เชี่ยวชาญ แต่ก็สามารถเข้าใจในหลักการและเหตุผลของเรื่องนั้นๆได้

******นึกภาพตามพี่นะ ตอนนั้น พี่กำลังบ้าโปเกม่อน ^^******

คนที่เป็นลูกน้อง – เปรียบเสมือนไข่โปเกม่อนที่ยังไม่ได้ฟัก

ยังไม่ได้รู้ตัวเองว่าจะเติบโตเป็นโปเกม่อนตัวไหน หน้าที่หลักของ Stage นี้คือ “ความรับผิดชอบ” ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากงานที่ได้รับมอบหมาย พอถึงเวลาเก็บพลังจนมีความเชี่ยวชาญระดับนึง บวกกับมีจังหวะและโอกาส ก็จะรู้ตัวว่าควรจะฟักเป็นตัวหัวหน้างานเรื่องใดๆ

หัวหน้าในช่วงแรก (หรือหัวหน้างาน) – เปรียบเสมือนโปเกม่อนร่างแรก

ในร่างนี้คุณต้องมีสกิลที่ต้อง “รู้ลึก” ในงานที่ทำจึงจะสามารถทำงานได้ดีและก้าวหน้า เพราะจะสามารถช่วยลูกน้องคุณในการแนะนำเรื่องต่างๆในการทำงานนั้นๆได้ และงานที่รับผิดชอบก็ประสบความสำเร็จ

แต่เมื่อเป็น หัวหน้างานมาระยะเวลาหนึ่งการ “รู้ลึก” ในงานมันจะไม่เพียงพอ คุณจะไม่สามารถ Evoke ตัวเองวิวัฒนาการเป็นร่างที่ 2 หรือร่างที่ 3 ที่จะต้องเป็นหัวหน้าดูแลงานในหลายๆแผนก เพราะสกิลการ “รู้ลึก” ของคุณ จะไม่สามารถแก้ปัญหาในงานที่คุณไม่เคยทำ ดังนั้นเมื่อมาถึงระยะเวลาหนึ่ง คุณต้องรู้จักเรียนรู้ให้กว้างขึ้น ไม่งั้นคุณจะแป๊กและอยู่กับที่ ไม่สามารถขยับขึ้นไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น

หัวหน้าระดับสูง (ดูแลมากกว่า 1 แผนก) – เปรียบเสมือนโปเกม่อนในร่าง 2 หรือ ร่าง 3

สกิลที่ต้องมี คือการ “รู้กว้าง” ครับ รู้ในหลักการและเหตุผลให้หมดทุกเรื่อง ในร่างนี้ ยิ่งคุณ “รู้กว้าง” เท่าไหร่ยิ่งดีแต่ไม่จำเป็นต้อง “รู้ลึก” ไปซะทุกเรื่อง เพราะคุณจะสามารถเข้าใจเรื่องราว เวลาที่คุยกับลูกน้องคุณในหลายๆแผนกที่แตกต่างกัน แม้คุณจะไม่ได้เคยทำงานนั้นๆมาก่อน

สกิลเพิ่มเติมในร่างนี้ที่จำเป็นมากกว่าในร่างแรกคือ “Soft Skill” ยกตัวอย่างเช่น การบริหารเวลา การบริหารทีมงาน การบริหารตนเอง การนำเสนอ การจูงใจการหว่านล้อม ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ สำหรับในร่างนี้

ปัญหาที่มักเกิดขึ้น…. “อยากรู้ผิดเวลา”

คนที่เป็นหัวหน้างานแรกๆ แต่อยาก Evoke ตัวเองเร็วๆ เลยใส่ใจแต่ Soft Skill มากเกินไป โดยที่ตัวเองไม่ได้รู้ในเนื้องานที่ตัวเองรับผิดชอบ ทำให้ไม่ว่าจะทำยังไง ก็ไม่ได้ใจลูกน้อง เพราะไม่สามารถช่วยลูกน้องในการแก้ปัญหาต่างๆได้ ทำให้ผลงานไม่มี ดีแต่พูด สรุปก็แป๊กครับ สกิลไม่ถึง

ในขณะเดียวกันหัวหน้าระดับสูง แทนที่จะสนใจถึงภาพกว้างของบริษัทและใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญๆ กลับทำตัวอยากรู้ลึกไปทุกเรื่อง ไม่รู้จักพัฒนา Soft Skill ของตัวเอง ไม่รู้จักกระจายงาน ไม่สามารถมอบความไว้เนื้อเชื่อใจและมอบหมายงานไปให้คนที่รู้ลึกรู้จริงๆในงานนั้นเป็นผู้รับผิดชอบ

เมื่อทำแบบนี้คนที่รับผิดชอบโดยตรงหมดกำลังใจครับ เพราะแทนที่จะต้องสอนงานลูกน้องอย่างเดียว กลับต้องสอนงานหัวหน้าเปลืองพลังเพิ่มขึ้นไปอีก ทั้งๆที่บางเรื่องหัวหน้าไม่จำเป็นต้องรู้ แล้วก็จะส่งผลให้งานล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งจะมีปัญหาเพิ่มขึ้นอีกมากมายครับ

นี่แหล่ะครับชีวิต

หวังว่าเป็นประโยชน์นะครับ

#เชื่อพี่ดิ

หัวหน้าใจดีสีลม

แอดมาคุยกันได้ที่ Line @silomboss นะครับ

 เพิ่มเพื่อน

ใส่ความเห็น

เว็บไซต์ที่ขับเคลื่อนโดย WordPress.com.

ขึ้น ↑