“คนเห็นแก่ตัว” “คนมีน้ำใจ” และ “คนไม่ชอบถูกเอาเปรียบ” …คุณต้องแยกให้ออก
ยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นภาพ ทุกๆวันตอนรถติดจะมีรถแทรกเพื่อขึ้นสะพานทางด่วน ในขณะที่ชาวบ้านเค้าต่อแถวกัน
คนเห็นแก่ตัว – จะแทรกเข้ามาขึ้นสะพานใกล้ๆ จากนั้นจะไม่ให้ใครมาแทรกตัดหน้าเค้า (เห็นประจำ ตลกดี)
คนมีน้ำใจ – ไม่แทรกใคร ใครแทรกก็ปล่อยเค้าไป ไม่คิดไรมาก หยวนๆ ไม่เอาเป็นอารมณ์
คนที่ไม่ชอบถูกเอาเปรียบ – ไม่แทรกใคร แต่ก็ไม่ให้ใครแทรก ชนเป็นชน ไม่ชนก็ด่า
สำหรับผม คิดง่ายๆ ถ้าไม่ชอบอะไร ก็อย่าไปทำแบบนั้นกับคนอื่น แล้วคุณจะไม่ถูกตราหน้าว่าเป็น “คนเห็นแก่ตัว”
ผมเชื่อว่านี่รวมถึงชีวิตการทำงานในสังคมโลกสวยแห่งนี้ด้วย…
หลายๆครั้ง “คนที่ไม่ชอบถูกเอาเปรียบ” ถูกมองผิดๆ ว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว ซึ่งมันไม่เป็นความจริงในความคิดผม
ถ้าวันนึงคุณต้องการความช่วยเหลือ แล้วถูกปฏิเสธ การที่เค้าไม่ช่วยคุณ การที่เค้าไม่ให้คุณ มันอาจจะมีเหตุผลมากมายที่คุณไม่มีวันรู้ เช่น เค้ามีงานอื่นต้องทำ เค้าช่วยคุณมามากพอแล้ว เค้าคิดว่าคุณทำเองได้จะได้เรียนรู้ หรือ “เค้ากำลังดัดสันดานคุณ” ฯลฯ
เพราะ “คนมีน้ำใจ” สักวันนึง โดนเอาเปรียบบ่อยๆ เค้าก็มีจุดสิ้นสุด และปรับเปลี่ยนตัวเองให้ “ไม่หยวน ไม่ช่วย ไม่ให้” และกลายเป็นไม่ชอบที่จะถูกใครเอาเปรียบ
ดังนั้นถ้าคุณกำลังมองใครสักคนว่าเป็น “คนเห็นแก่ตัว” ในที่ทำงาน อยากให้คุณพิจารณาดีๆ ว่าคนที่คุณว่านั้นเคยไป”ทำ” หรือเคยไป “ขอ” แบบนี้กับใครรึเปล่า
หรือตัวคุณเองนั่นแหล่ะที่เป็น “คนเห็นแก่ตัว”
#เชื่อพี่ดิ
หัวหน้าใจดีสีลม

ใส่ความเห็น