มาเข้าใจกันก่อนว่า…ความสัมพันธ์ประเภทต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่าง “บริษัท” และ “พนักงาน” เช่น ความเข้าใจ ความห่วงใย ความผูกพันธ์ ความรักองค์กร และ ฯลฯ มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ยั่งยืน ซึ่งอาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ และไม่ได้มีหลักประกันอะไรที่จะทำให้ความสัมพันธ์เหล่านี้ไม่หมด หรือเปลี่ยนแปลงไป ตามกาลเวลา
อย่าโลกสวยกันดีกว่าครับ ….เพราะความจริงก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่าง “บริษัท” และ “พนักงาน” เป็นความสัมพันธ์แบบ “จำเป็น” ที่ต้อง “พึ่งพาอาศัยกัน” บริษัทต้องพึ่งคุณทำงาน ส่วนคุณก็ต้องพึ่งบริษัท เพื่อให้ได้ค่าตอบแทนมาเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัว ความสัมพันธ์อื่นๆในย่อหน้าแรก มันทำให้คุณใช้ชีวิตในการทำงานได้แบบมีความสุขมากขึ้นเฉยๆ
ถ้าบริษัท ไม่จำเป็นต้องจ้างคุณ บริษัทก็ไม่มีความจำเป็นอะไร ที่จะต้องจ้างคุณอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน ถ้าคุณไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัท คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำงานกับบริษัทต่อไป การที่ทนอยู่กันไปเพราะความเข้าใจ ความผูกพันธ์ มันไม่ได้เป็นผลดีอะไรกับทั้งสองฝ่าย
โลกที่มีการแข่งขันสูงในยุคปัจจุบัน พนักงานทุกคนมีความเสี่ยงครับ หากคุณไม่ได้ทำให้บริษัทเห็นว่า “จำเป็น” ต้องมีคุณ แต่ที่อยากเตือนเป็นพิเศษในความคิดผม คือ หัวหน้าระดับกลาง (Middle Manager) มีความเสี่ยงสูงที่สุดในองค์กรนะครับ เพราะส่วนมากไม่ได้เป็นคนที่ลงมือทำงานเองจริงๆ และในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เป็นกัปตัน ที่เป็นสิ่งที่เรือทุกลำ “จำเป็น” ต้องมี
ดังนั้นการสร้างมูลค่าให้กับตัวเอง เป็นเรื่อง “จำเป็น” ที่สุด เพื่อให้ขยับขึ้นไปขับเรือเป็นกัปตันเองให้เร็วที่สุด อย่านั่งชิว นิ่งนอนใจและพึงพอใจกับการเป็นแค่ “หัวหน้า” โดยคิดว่าตัวเองสบายๆ
บทสรุปสำหรับเรื่องนี้คือ มนุษย์เงินเดือน จะเหนื่อย จะท้อยังไง ขอให้สู้ครับ เพราะโดยส่วนใหญ่ทุกฟันเฟืองในองค์กร มันมีหน้าที่ของมันและจำเป็นเสมอ แต่ถ้าคุณถามตัวเองแล้ว ปรากฏว่าคุณเป็น “คนไม่จำเป็น” ในบริษัท ตามค่าจ้างและหน้าที่ที่คุณได้รับ ก็เตรียมหาที่ใหม่ได้แล้วครับ
#เชื่อพี่ดิ
โลกนี้มันง่ายๆแค่นี้แหล่ะ
ฟังเพลงนี้แล้วคุณจะเข้าใจ พี่แก่แล้วฟังเพลงรักแต่กลับอินเรื่องอื่น 5555
@หัวหน้าใจดีสีลม
แอดมาคุยกันได้ที่ Line @silomboss นะครับ

ใส่ความเห็น