วันนี้เลยจะมาเล่าประสบการณ์การเป็นมนุษย์เงินเดือนมานาน ผมมองคนในองค์กรเปรียบเสมือนต้นไม้อยู่ 4 ประเภท
- ไม้พันธุ์หายาก (มีเพียง 10% ของไม้ทั้งหมดในสวน)– ต้นไม้ประเภทนี้จะไม่เหมือนต้นไม้ประเภทอื่น แปลก หายาก ทำให้เผลอแป๊บเดียวจะต้องมีคนมาขอซื้อหรือมาขโมยไป ดังนั้นเจ้าของสวนดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพราะมีไว้แล้วเชิดหน้าชูตา สร้างผลผลิตได้ดี จึงจะรดน้ำพรวนดินเอาใจใส่เหมือนไข่ในหิน แต่ต้นไม้ประเภทนี้จะเปราะบางมากๆ ไม่ทนต่อสภาพอากาศ ขาดรดน้ำซักวันสองวันก็ตาย หรือต้องย้ายที่ปลูก
- ไม้ยืนต้น (20% ของไม้ทั้งหมดในสวน) – อาจจะจำเป็นต้องดูแลในระยะแรกๆ และค่อยๆโตโดยใช้ระยะเวลานาน แต่พอโตเต็มที่ ก็ไม่ต้องไปดูแลมันมาก น้ำท่วม ฝนแล้ง ถ้าไม่หนักเกินไป ก็จะผ่านมาได้ เพราะมันเป็นไม้ยืนต้น มีรากแก้วฝังลึก เคลื่อนย้ายยาก แต่ก็จะสามารถอยู่ได้นานจนสิ้นอายุไขของมัน
- ปัญหาของไม้ยืนต้นก็คือ การที่อยู่มานาน เจ้าของสวนชอบปล่อยปละละเลย ก็เลยชอบน้อยใจพาลไม่ออกดอกออกผลซะงั้น แต่เจ้าของสวนก็รู้สึกว่ายังมีประโยชน์ให้ร่มเงา จึงค่อนข้างรู้สึกเสียดาย และผูกพัน ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโค่นทิ้งหรือไม่โค่นทิ้งดี
- ไม้ล้มลุก ไม้ดอกไม้ประดับ (50% ของไม้ทั้งหมดในสวน) – เป็นไม้กลุ่มที่ใหญ่สุด ไม้ประเภทนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างดี ให้น้ำให้ปุ๋ยเพียงพอจึงจะเจริญเติบโต และโตเร็วสามารถออกดอกออกผลได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ไม่ทนต่อสภาพแวดล้อม น้ำท่วม ฝนแล้ง ขาดการพรวนดิน ก็จะล้มตายไปอย่างรวดเร็ว
- ไม้ประเภทนี้ มีนิสัยที่โดดเด่นอยู่อย่างนึงคือชอบหลงตัวเองว่าเป็นไม้พันธุ์หายาก แต่ส่วนมากจะไม่ใช่ และไม้พันธุ์นี้ ถ้ารู้สึกว่าดินในสวนไม่ดีก็จะรีบไปหาที่ใหม่ในการเติบโต ซึ่งเจ้าของสวนก็จะไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบมากนัก เพราะไม่ได้ผูกพัน และสามารถหาต้นใหม่มาปลูกทดแทนได้ง่าย แถมยังมีเหลือในสวนอีกเยอะ
- วัชพืช (20% ของไม้ทั้งหมดในสวน) – เป็นพันธ์ไม้ที่เกิดผิดที่ผิดเวลา เกิดมาแล้วทำให้ที่ดินสวนมูลค่าน้อยลง และแย่งน้ำแย่งแร่ธาตุจากต้นไม้อื่นๆ แต่ส่วนมากเจ้าของสวนจะมองไม่เห็น แต่เห็นเมื่อไหร่จะรีบกำจัดทิ้งทันที
ลองคิดเล่นๆละกัน ว่าคุณเป็นพันธุ์ไม้ประเภทไหน
แอดมาคุยกันได้ที่ Line @silomboss นะครับ

ใส่ความเห็น