คนประเภทนี้ การพูดหรือการแสดงออกมาครั้งใด จะคิดว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า ดีกว่า แต่คู่สนทนาขาดทุน หรือมีความรู้สึกไม่สบายใจในทันที (จริงๆทฤษฏีนี้แบ่งคนเป็น 4 แบบถ้าใครไม่รู้ ลองไปหาอ่านเอา)
ถามโง่ๆ…ก็แค่โดนด่า
จากประสบการณ์ผม คนไทย ถามน้อยที่สุดในโลกแล้วครับ (รวมทั้งตัวผมเองด้วยแรกๆ)
หยุดก้าวก่าย “งานคนอื่น”
ถ้ายังรับผิดชอบ “งานตัวเอง” ไม่ได้ หยุดก้าวก่าย “งานคนอื่น”
15 ข้อคิด พิชิตใจ “เพื่อนร่วมงาน”
คนในทีมงานใดที่ไม่ให้ใจซึ่งกันและกัน ทีมงานนั้นก็ยากที่จะร่วมกันทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหน้า สิ่งแรกๆที่ต้องทำคือการ "พิชิตใจ" คนในทีม
เจ้ากรรมนายเวร…
คาดว่าทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ในชีวิต อย่างน้อยซักครั้งที่เจอเพื่อนร่วมงาน เจอหัวหน้า เจอลูกน้อง หรือใครก็ตามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตการทำงาน แล้วคนๆนี้ไม่ว่าคุณจะทำยังไงก็ "ไม่ถูกใจเค้า"
เพราะคนไม่จำเป็น…ก็ต้องเดินจากไป
มาเข้าใจกันก่อนว่า...ความสัมพันธ์ประเภทต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่าง “บริษัท” และ “พนักงาน” เช่น ความเข้าใจ ความห่วงใย ความผูกพันธ์ ความรักองค์กร และ ฯลฯ มันเป็นแค่ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นแบบไม่ยั่งยืน
ไป…ให้คนเสียดาย ตาย…ให้คนคิดถึง
ถ้าเลือกที่จะเดินไปตอนที่เขาลำบาก...ก็ยากที่อยากกลับมาตอนที่เขาสบาย..
เห็นแก่ตัว หรือแค่ ไม่ชอบโดนเอาเปรียบ
"คนเห็นแก่ตัว" "คนมีน้ำใจ" และ "คนไม่ชอบถูกเอาเปรียบ" ...คุณต้องแยกให้ออก ยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นภาพ ทุกๆวันตอนรถติดจะมีรถแทรกเพื่อขึ้นสะพานทางด่วน ในขณะที่ชาวบ้านเค้าต่อแถวกัน
นกไม่เคยกลัว…”กิ่งไม้หัก”
หลายๆครั้งผมเห็นคนที่ไม่ก้าวหน้า มักจะ โทษบริษัท โทษหัวหน้า โทษเพื่อนร่วมงาน
“รู้ลึก” V.S. “รู้กว้าง”… ความแตกต่างที่คุณต้อง “รู้”
“รู้ลึก” คือ การรู้ในงานที่ตัวเองทำจนเชี่ยวชาญ รู้ถึงปัญหาและวิธีแก้ไขอย่างมืออาชีพ “รู้กว้าง” คือ การมีความรู้เรื่องในงานหลายๆเรื่อง ถึงแม้จะไม่ได้เชี่ยวชาญ แต่ก็สามารถเข้าใจในหลักการและเหตุผลของเรื่องนั้นๆได้
ถามโง่ๆ…แค่โดนด่า ถามมีค่า…แล้วคุณจะโต
จากประสบการณ์ผม คนไทย ถามน้อยที่สุดในโลกแล้วครับ (รวมทั้งตัวผมเองด้วยแรกๆ) มันเป็นนิสัยโดยวัฒนธรรม บวกกับความที่ไม่มั่นใจในตัวเอง
4 สันดานผิดๆของชีวิต…คนทำงาน
ภาพอาจจะสยองไปนิด และชื่อเรื่องอาจจะโหดไปหน่อย แต่ที่ใช้คำว่า “สันดาน” แทนคำว่า “นิสัย” เพราะหลายๆครั้ง กับหลายๆคนตามความคิดผม มันน่าจะเกิดจากจิตใต้สำนึกมากกว่า ถ้ารู้ตัวคนปกติคงจะไม่ทำสิ่งที่กำลังจะกล่าวต่อไป
5 นาง “Negative” และวิธีรับมือ
ออกตัวนะครับว่าคำว่า “นาง” ในที่นี้หมายถึงทั้งผู้ชายและผู้หญิง เนื่องจากสมัยนี้วัยรุ่นที่ออฟฟิตชอบเรียกทุกคนว่า “นาง” ผมเลยใช้สรรพนามว่า นางแหล่ะ ง่ายดี เพื่ออรรถรสในการเขียนเฉยๆ ไม่ได้หมายความว่ามีแค่ผู้หญิงที่มีความคิดเป็น Negative
จงภูมิใจกับทุกบาดแผล
ทุกคน....ที่เข้ามาในชีวิตของเรา ล้วนแต่สอนให้เรา..เรียนรู้อะไรบางอย่างได้เสมอ คนที่เข้ามาแล้วทำให้เรา..มีความทุกข์ เพราะเขากำลังสอนให้เรา.."ให้รู้จักรักตัวเอง"
ไม่ใช่ทุกคน… ที่คุณควรจะเสียเวลา
ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงอายุประมาณ 30 ในวัยทำงานตอนต้น เป็นช่วงที่คุณต้อง "เรียนรู้การอยู่ในสังคม" ยิ่งคุณเรียนรู้คนหลายประเภทเท่าไหร่ มันจะยิ่งเป็นประสบการณ์ชีวิต และจะรู้ว่าคนแต่ละประเภท ในสังคมหลายๆแบบ คิดอะไร เพราะอะไร อย่ายึดติดว่าจะต้องอยู่ในเฉพาะสังคมที่คุณสบายใจ เพราะโลกนี้มันกว้าง คุณต้องเปิดตัวเองที่จะพบสังคมใหม่ๆ คนใหม่ๆที่ไม่เหมือนคุณ
เก้าอี้นี้..”จีรัง” แต่ “ไม่ยั่งยืน”
โลกสมัยนี้ ในมุมมองผม ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่จากเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มันมีคนที่ "ไม่ประสบความสำเร็จ" และมีคนที่ "ประสบความสำเร็จ" เหมือนกันทุกยุคสมัยแหล่ะครับ สิ่งที่แตกต่างมีแค่ โลกสมัยนี้มันหมุนเร็วกว่าเดิมหลายเท่านัก การแข่งขันมันเลยมีมากขึ้น ก็เลยทำให้มี "คนแพ้" มากขึ้น คนที่ปรับตัวไม่ได้ โอกาสที่จะเป็น “คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ” ก็เลยมีมากกว่าสมัยก่อน
